ปาก

posted on 30 Oct 2009 23:12 by debrerared

เคยคิดไม่ถ้าคนเราไม่มีปาก จะใช้อะไรสื่อสาร

มือไงล่ะ ใช้เขียนหนังสือ ทำท่าประกอบท่าทางเข้า ก็พูดกันรู้เรื่อง

แต่ยังไง มันก็ไม่ดีเท่าปากหรอกน่า

ก็มันเป็นอวัยวะที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด 

เราใช้คำพูด สื่อสารกันด้วยเสียงเนี่ยล่ะ รวดเร็วทันใจ รู้ซึ่งกันถึงความรู้สึกไปเลย

แต่คนบางคน ศักดิ์ว่ามีปาก แล้วใช้ไปในทางไม่สร้างสรรค์

ถึงปากจะเป็นแค่ปากที่ใช้ขยับไปมา ใครจะรู้ว่าเปรียบเทียบ กับปืน หรือระเบิด

ปากเนี่ยล่ะคืออาวุธที่ร้ายแรงกว่าหลายเท่า

แม้จะฆ่าคนให้ตายไม่ได้ แต่คำพูดทั้งดี ร้าย ก็ทิ่มตำคนให้เจ็บไปถึงขั้วหัวใจ

มีปากใช้ว่าดีแต่ขยับ  สิ่งที่พูดไปแล้วไม่มีวันกลับคืน

คำขอโทษทีหลังแค่ทำให้คนๆ นั้นหายโกรธ แต่ไม่ได้ช่วยอะไรกับใจที่เสียไป

ระวังปาก คิดก่อนพูด ข้อควรจำสำหรับคนที่ยังมีปาก 

หากคุณยังไม่เคยอ่านนิยายรัก

หากคุณมองว่าเรื่องรักของวัยรุ่น เป็นเรื่องเพ้อฝัน

ลองเปิดใจดูสักครั้ง แล้วท่องไปกับโลกแห่งจินตการ ผจญภัยไปในทะเลทราย

และเรื่องราวการชิงราชบัลลังก์ของเจ้าชายหนุ่มมาดนักดนตรีร็อก และสาวน้อยจอมโก๊ะ

สืบเชื้อสายแม่มด ที่ดั๊นไปร่ายมนตร์ตราใส่เจ้าชายหนุ่ม จนกลายเป็นเรื่อง!!

 

ร่ายมนตร์รักช็อตหัวใจเจ้าชายมาดร็อก

วางแผงเดือนตุลาคม ราคา 149 บาท

ฝากติดตามกันด้วยนะจ้ะ

วันที่พรหมลิขิตบังเกิด

posted on 09 Aug 2009 23:23 by debrerared

"พรหมลิขิต"

คำที่เหมือนเพ้อฝัน สำหรับใครบางคน แต่มันคือคำ ที่ก่อให้เกิดเรื่องน่าอัศจรรย์

ไม่อยากเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อ เมื่อคำสามพยางค์นี้ นำให้คนสองคนกลับมาพบกันอีกครั้ง

เรื่องมันมีอยู่ว่า วันนี้ฉันได้ไปงานรับปริญญาเพื่อนที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และเพื่อนคนนี้เคยแอบชอบผู้ชายคนหนึ่ง เขามีน้องสาวเรียนอยู่ที่นี่ และวันนี้ก็เป็นวันรับปริญญาของน้องสาวเขาเช่นกัน

เสี้ยววินาทีที่เพื่อนบอกว่าเรื่องน้องเขาให้ฉันรู้ ฉันคิดในใจ บางทีเพื่อนฉันอาจได้พบกับชายคนนั้น คนที่เรารู้ข่าว มาว่าเขาบินไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย บางทีเขาอาจไม่ได้กลับมางานรับปริญญาของน้อง (เพื่อนฉันคิดอย่างนั้น แต่ฉันไม่!" ฉันถนัดเรื่องเพ้อเจ้อแบบนี้ เหมือนในนิยาย ใครจะเชื่อล่ะว่าบางทีสิ่งที่เราคิดว่าน้ำเน่ามันก็มาจากเรื่องจริง

แล้วมันก็เกิดขึ้น!

ขอบคุณในความตาไวเป็นพิเศษของฉันที่ทำให้ฉันเห็นเขา ขณะที่เรายืนอยู่หน้าประตู และคนพลุ่กพล่าน เดินแทบจะเหยียบกัน ทันทีที่เห็นเสี้ยวหน้าเขา ฉันรีบเรียกเพื่อนให้วิ่งตามเขาไปทันที ตอนแรกก็ไม่แน่ใจกันทั้งคู่ แต่เพื่อนฉันจำพ่อของเขาได้ เราเลยลุย จูงมือวิ่งตามผู้ชายเพื่อขอถ่ายรูปด้วย ทั้งที่เขาเดินควงมากับแฟน (ฮ่าๆๆเสียชื่อกุลสตรีหมด) โชคดีที่แฟนเขา (เป็นชาวต่างชาติ) ฟังภาษาไทยไม่ออก เลยรอดตัวไป เพื่อนได้ถ่ายรูปสมใจ แม้จะมีความเขินอายเข้ามาแทรก แต่คืนนี้ยัยนั่นคงกลับไปนอนฝันหวาน

เชื่อมั้ยว่าวินาทีนั่น แม้เขาจะไม่ใช่คนที่ฉันแอบชอบ แต่ฉันก็อดตื่นเต้นแทนเพื่อนไม่ได้  เชื่อแล้วล่ะว่า พรหมลิขิตมีจริงแล้วมันก็ทำให้เกิดปาฏิหาริย์ในวันนี้

เมื่อไหร่นะ พรหมลิขิตแบบนี้จะเกิดขึ้นกับฉันบ้าง วันทีทำให้ฉันได้เดินมาชนกับใครคนหนึ่งสักที